DNS (Domain Name System) คือระบบที่ทำหน้าที่แปลงชื่อโดเมนเว็บไซต์ เช่น example.com ให้เป็นหมายเลข IP Address ที่คอมพิวเตอร์ใช้ในการสื่อสารกัน ทำงานอยู่เบื้องหลังทุกครั้งที่คุณเปิดเว็บไซต์ โดยกระบวนการทั้งหมดเกิดขึ้นภายในมิลลิวินาที หากไม่มี DNS เราคงต้องจำตัวเลข IP ทุกครั้งที่ต้องการเข้าเว็บไซต์
DNS ทำงานอย่างไร
เมื่อคุณพิมพ์ชื่อเว็บไซต์ DNS จะทำงานผ่านหลายขั้นตอน เริ่มจากเบราว์เซอร์ตรวจสอบแคชภายในเครื่องก่อน หากไม่พบจะส่งคำขอไปยัง DNS Resolver ซึ่งอาจเป็นเซิร์ฟเวอร์ของ ISP หรือ DNS สาธารณะอย่าง Google DNS (8.8.8.8) หรือ Cloudflare DNS (1.1.1.1)
หาก Resolver ไม่มีคำตอบ จะส่งคำถามต่อไปยัง Root Server จากนั้น Root Server จะชี้ทางไปยัง TLD Server ที่ดูแลนามสกุลโดเมน แล้ว TLD Server จะบอกว่า Authoritative Name Server ตัวไหนดูแลโดเมนนั้น สุดท้าย Authoritative Name Server จะตอบกลับด้วย IP Address ที่ถูกต้อง
ประเภท DNS Record ที่สำคัญ
A Record และ AAAA Record
A Record ชี้ชื่อโดเมนไปยัง IPv4 Address ส่วน AAAA Record ใช้กับ IPv6 ซึ่งเป็นมาตรฐานใหม่ที่รองรับจำนวน IP ได้มากกว่า
CNAME Record
ใช้สร้าง Alias หรือชื่อเรียกอื่นให้กับโดเมน เช่น ทำให้ www.example.com ชี้ไปที่ example.com โดยไม่ต้องตั้งค่า IP ซ้ำ
MX Record
ใช้กำหนดเซิร์ฟเวอร์รับส่งอีเมลสำหรับโดเมน หากใช้ Google Workspace ต้องตั้ง MX Record ชี้ไปที่เซิร์ฟเวอร์ของ Google
TXT Record
ใช้เก็บข้อมูลข้อความสำหรับยืนยันตัวตนโดเมน ตั้งค่า SPF และ DKIM สำหรับอีเมล หรือยืนยันกับบริการอย่าง Google Search Console
NS Record
ระบุว่า Name Server ตัวไหนดูแล DNS ของโดเมนนั้น หากตั้งค่าผิดโดเมนจะใช้งานไม่ได้เลย
DNS Caching กลไกเพิ่มความเร็ว
DNS Caching คือการเก็บผลลัพธ์การค้นหา DNS ไว้ชั่วคราว เกิดขึ้นหลายระดับตั้งแต่เบราว์เซอร์ ระบบปฏิบัติการ ไปจนถึง DNS Resolver แต่ละ Record มีค่า TTL (Time to Live) กำกับว่าข้อมูลจะถูกแคชนานแค่ไหน สำหรับเว็บไซต์ทั่วไป TTL ที่ 3600 วินาทีเป็นค่าที่เหมาะสม
ความปลอดภัยของ DNS
DNSSEC
DNSSEC เพิ่มลายเซ็นดิจิทัลให้กับ DNS Record เพื่อป้องกันการโจมตีแบบ DNS Spoofing ที่ปลอมแปลงคำตอบ DNS
DNS over HTTPS (DoH)
เทคโนโลยีที่เข้ารหัสการสื่อสาร DNS ผ่าน HTTPS ทำให้ ISP หรือผู้อยู่ในเครือข่ายเดียวกันไม่สามารถดักจับหรือเปลี่ยนแปลงคำขอ DNS ได้
สำหรับธุรกิจที่ต้องการความปลอดภัยระดับสูง บริการด้านความปลอดภัยจาก DriteStudio จะช่วยปกป้องระบบเครือข่ายและ DNS จากภัยคุกคามได้อย่างครอบคลุม
DNS กับ Hosting เกี่ยวข้องกันอย่างไร
DNS และ Hosting ทำงานร่วมกันอย่างแยกไม่ออก DNS เป็นตัวชี้ทางให้ผู้ใช้เข้าถึงเซิร์ฟเวอร์ที่เว็บไซต์ถูกโฮสต์อยู่ เมื่อซื้อโดเมนและ Hosting ขั้นตอนแรกคือตั้งค่า DNS ให้ชี้ไปยังเซิร์ฟเวอร์ Hosting ที่ถูกต้อง
สำหรับผู้ที่ต้องการ Hosting ที่จัดการ DNS ได้ง่าย Hosting จาก DriteStudio มีระบบจัดการโดเมนและ DNS ในตัว ส่วนผู้ที่ต้องการความยืดหยุ่นมากขึ้น VPS จาก DriteStudio ให้สิทธิ์ Root Access เต็มรูปแบบ
ปัญหา DNS ที่พบบ่อยและวิธีแก้ไข
เว็บไซต์เข้าไม่ได้แต่อินเทอร์เน็ตใช้งานได้
ลองล้าง DNS Cache ด้วยคำสั่ง ipconfig /flushdns บน Windows หรือ sudo dscacheutil -flushcache บน macOS หรือเปลี่ยน DNS Server เป็น 8.8.8.8 หรือ 1.1.1.1
เปลี่ยน DNS Record แล้วยังไม่อัปเดต
การเปลี่ยนแปลง DNS ต้องใช้เวลา Propagate ตั้งแต่ไม่กี่นาทีจนถึง 48 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับค่า TTL
อีเมลส่งไม่ได้หรือเข้า Spam
ตรวจสอบ MX Record ว่าชี้ไปยังเซิร์ฟเวอร์อีเมลที่ถูกต้อง และตั้งค่า SPF, DKIM, DMARC ใน TXT Record ให้ครบถ้วน
คำถามที่พบบ่อย
DNS กับ Domain Name ต่างกันอย่างไร
Domain Name คือชื่อเว็บไซต์ เช่น example.com ส่วน DNS คือระบบที่แปลงชื่อ Domain Name ให้เป็น IP Address เพื่อให้คอมพิวเตอร์สื่อสารกันได้
เปลี่ยน DNS Server มีผลอะไรบ้าง
การเปลี่ยน DNS Server อาจทำให้เว็บไซต์โหลดเร็วขึ้น และเพิ่มความปลอดภัยในการท่องเว็บ DNS สาธารณะอย่าง Cloudflare (1.1.1.1) มักเร็วกว่า DNS ของ ISP
DNS Propagation ใช้เวลานานแค่ไหน
โดยทั่วไปใช้เวลาตั้งแต่ไม่กี่นาทีจนถึง 48 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับค่า TTL ของ Record เดิม
DNS ล่มจะเกิดอะไรขึ้น
ผู้ใช้จะไม่สามารถเข้าถึงเว็บไซต์ได้แม้เว็บไซต์จะยังทำงานปกติ เพราะระบบไม่สามารถแปลงชื่อโดเมนเป็น IP Address ได้ การมี DNS Server สำรองจึงเป็นสิ่งจำเป็น
จัดการ DNS อย่างมืออาชีพกับ DriteStudio
หากคุณกำลังมองหาบริการเซิร์ฟเวอร์ที่มีระบบ DNS เสถียรและครบวงจร DriteStudio พร้อมให้บริการ Hosting, VPS และ Dedicated Server ที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการด้านโครงสร้างพื้นฐานอินเทอร์เน็ต ติดต่อทีมงานเพื่อรับคำปรึกษา
