DriteStudio
DRITESTUDIOクラウドインフラ
ホーム
記事会社情報お問い合わせステータス
0%
Amazon SageMaker ประกาศรองรับการให้บริการ Inference สำหรับโมเดล Amazon Nova ที่ปรับแต่งได้
記事一覧へ戻る

Amazon SageMaker ประกาศรองรับการให้บริการ Inference สำหรับโมเดล Amazon Nova ที่ปรับแต่งได้

Amazon SageMaker รองรับการให้บริการ Inference สำหรับโมเดล Amazon Nova ที่ปรับแต่งได้ (Nova Micro, Nova Lite, Nova 2 Lite) พร้อมการตั้งค่า context และ concurrency รวมถึงตัวเลือก G5/G6 เพื่อลดต้นทุนและรองรับสเกลงาน production

ai-February 27, 2026-更新: February 27, 2026

Amazon SageMaker ได้ขยายขีดความสามารถด้านการนำโมเดลไปใช้งานจริงด้วยการประกาศรองรับการให้บริการ Inference สำหรับโมเดล Amazon Nova ที่ปรับแต่งได้ในระดับ GA (general availability). ฟีเจอร์นี้ออกแบบมาเพื่อเชื่อมวงจรการปรับแต่งโมเดล ตั้งแต่การฝึกและปรับแต่ง ไปจนถึงการนำขึ้นใช้งานแบบ real-time โดยรองรับรุ่น Nova Micro, Nova Lite และ Nova 2 Lite ซึ่งตอบโจทย์ทั้งงานที่ต้องการ reasoning capabilities และงานที่ต้องการความคงที่ในสภาวะ production การประกาศครั้งนี้ยังช่วยให้ทีมพัฒนาและผู้ดูแลระบบมีตัวเลือกด้านฮาร์ดแวร์และการตั้งค่า Inference มากขึ้นเพื่อปรับสมดุลระหว่างความหน่วง (latency), ต้นทุน และความแม่นยำ

ภาพรวมฟีเจอร์และบริบทของการประกาศ

การรองรับโมเดล Amazon Nova ที่ปรับแต่งได้ใน Amazon SageMaker Inference เกิดขึ้นเพื่อตอบความต้องการจากลูกค้าที่ต้องการฟังก์ชันการปรับแต่งเหมือนกับการใช้ open weights models แต่ต้องการความยืดหยุ่นและการควบคุมมากขึ้นขณะรันงาน Inference ใน production ขอบเขตการรองรับครอบคลุม Nova Micro, Nova Lite และ Nova 2 Lite พร้อมการผสานกับเครื่องมือในระบบนิเวศของ SageMaker เช่น SageMaker Training Jobs, HyperPod และ serverless customization ที่ช่วยให้ผู้ใช้งานเลือกวิธีการปรับแต่งและการนำขึ้นใช้งานได้ตามความเหมาะสม

การประกาศนี้ไม่ได้เป็นเพียงการนำโมเดลขึ้นให้ใช้งาน แต่ยังเน้นไปที่การจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น การรองรับ instance ประเภท G5 และ G6 เพื่อให้การใช้งาน GPU คุ้มค่าขึ้นเมื่อเทียบกับการใช้ P5 นอกจากนี้ยังเปิดช่องให้กำหนดพารามิเตอร์ Inference เชิงลึกเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของงานแต่ละประเภท

การปรับใช้ (Deploy) โมเดล Nova บน SageMaker Inference

การนำโมเดลที่ผ่านการฝึกหรือปรับแต่งขึ้นใช้งานบน SageMaker Inference สามารถทำได้ทั้งจาก artifact ที่มีอยู่แล้วหรือผ่านกระบวนการ serverless customization ที่ช่วยให้เริ่มต้นได้รวดเร็วและสะดวก สำหรับการปรับใช้แบบ real-time endpoints ขั้นตอนโดยย่อประกอบด้วย: เตรียม artifact ของโมเดลที่ผ่านการฝึกหรือ fine-tune, เลือกชนิด instance ที่เหมาะสม (เช่น G5/G6) หรือเลือก serverless option หากต้องการลดภาระบริหารจัดการ, กำหนดค่า endpoint รวมถึงพารามิเตอร์ Inference พื้นฐาน และทำการทดสอบคำขอ (invoke) เพื่อตรวจสอบ latency และผลลัพธ์

ผู้ใช้งานยังสามารถเลือกประยุกต์การ deploy ให้สอดคล้องกับ workflow ขององค์กร เช่น ใช้ HyperPod สำหรับงานที่ต้องการการฝึกแบบ distributed หรือใช้ SageMaker Training Jobs ในการฝึกและประเมินโมเดลก่อนนำขึ้นใช้งานจริง การเลือกช่องทางที่เหมาะสมช่วยลดเวลาในการนำโมเดลเข้าสู่ production และลดความเสี่ยงจากปัญหาด้านการสเกลหรือการบริหารทรัพยากร

การตั้งค่า Inference และการปรับแต่งเชิงเทคนิค

หนึ่งในข้อเด่นของฟีเจอร์นี้คือความสามารถในการกำหนดค่า context length ซึ่งจำเป็นสำหรับงานที่ต้องประมวลผลข้อความยาวหรือการ reasoning ที่ต้องอาศัยบริบทมากขึ้น การเพิ่ม context length ช่วยให้โมเดลตอบคำถามหรือเชื่อมโยงข้อมูลข้ามประโยคได้ดีขึ้น แต่ต้องแลกกับการใช้หน่วยความจำและเวลาในการประมวลผลมากขึ้น

นอกจาก context length ผู้ใช้งานยังสามารถปรับค่า concurrency และ batch size เพื่อบริหาร trade-off ระหว่าง latency กับ throughput ได้อย่างยืดหยุ่น การเพิ่ม concurrency เหมาะสำหรับการรองรับคำขอจำนวนมากพร้อมกัน ในขณะที่การเพิ่ม batch size ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการประมวลผลโดยรวม แต่จะเพิ่มความหน่วงสำหรับคำขอบางประเภท นอกจากนี้ยังสามารถตั้งค่าพารามิเตอร์เสริม เช่น timeout, retry policy และ memory limits ที่ช่วยให้การรันงานมีความทนทานต่อความผิดพลาดและควบคุมทรัพยากรได้ดียิ่งขึ้น

การสเกลและการบริหารต้นทุน

เพื่อตอบโจทย์งาน production ฟีเจอร์นี้ออกแบบให้รองรับการสเกลแบบอัตโนมัติตามรูปแบบการใช้งานในช่วงเวลา 5 นาที ซึ่งช่วยให้ระบบสามารถปรับจำนวน instance ขึ้นลงได้รวดเร็วเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงของโหลดงาน การตั้ง auto-scaling บนช่วงเวลาสั้นแบบนี้เหมาะสำหรับแอปพลิเคชันที่มีความผันผวนของการใช้งานสูง เช่น บริการแชทหรือ API ที่มี peak traffic ชัดเจน

ด้านต้นทุน การเลือกใช้ instance ครอบคลุม G5 และ G6 ช่วยให้การใช้ GPU มีประสิทธิภาพมากขึ้นเมื่อเทียบกับการพึ่งพา P5 เพียงอย่างเดียว ซึ่งสามารถลดต้นทุนต่อคำขอได้ในหลายกรณี ผู้ประกอบการควรวัดตัวชี้วัดสำคัญ เช่น latency, cost per request และ GPU utilization เพื่อนำมาพิจารณาเลือก configuration ที่ตอบโจทย์ธุรกิจ นอกจากนี้การทดสอบในสภาพแวดล้อม staging ก่อนนำขึ้น production จะช่วยให้คาดการณ์ค่าใช้จ่ายและพฤติกรรมระบบได้แม่นยำยิ่งขึ้น

เคสใช้งาน ตัวอย่าง และแนวทางปฏิบัติที่แนะนำ

กลุ่มผู้ได้ประโยชน์จากฟีเจอร์นี้ ได้แก่ทีมที่ต้องการ reasoning capabilities, แอปพลิเคชัน real-time เช่น chatbots ขั้นสูง, ระบบช่วยตัดสินใจที่ต้องอ่านเอกสารยาว หรือบริการวิเคราะห์ข้อความเชิงลึกที่ต้องการ context แบบยืดหยุ่น ตัวอย่างการใช้งานเช่น การสร้างแชทบอตที่ตอบตามบริบทยาวๆ, การสรุปเนื้อหาเอกสารยาว หรือการปรับพฤติกรรมโมเดลผ่าน supervised หรือ reinforcement fine-tuning

แนวทางปฏิบัติที่แนะนำคือทดสอบกับชุดข้อมูลจริงเพื่อกำหนด trade-off ระหว่าง latency และ accuracy, เริ่มต้นด้วย configuration เบื้องต้นบน staging แล้วค่อยๆ ปรับค่า context, concurrency และ batch size ตามผลการทดสอบ และติดตามตัวชี้วัดการใช้งาน GPU และ latency อย่างต่อเนื่องเพื่อปรับ auto-scaling ให้เหมาะสม

ผลกระทบต่ออุตสาหกรรมและสิ่งที่ต้องจับตา

การที่ลูกค้าสามารถปรับแต่ง Amazon Nova และนำขึ้นใช้งานในสภาพแวดล้อม production ได้อย่างครบวงจรมีแนวโน้มเร่งการนำ LLM ที่มีความสามารถ reasoning ไปใช้ในธุรกิจมากขึ้น ผู้ให้บริการคลาวด์และผู้พัฒนาโมเดลต้องจับตาการพัฒนา instance ประสิทธิภาพสูงและนโยบายราคา ซึ่งจะมีผลต่อการตัดสินใจเลือกโครงสร้างพื้นฐานขององค์กร

เรื่องที่ควรติดตามต่อไปได้แก่การปรับปรุงการจัดการ context ให้รองรับความยาวได้มากขึ้นโดยไม่เพิ่มต้นทุนเกินจำเป็น, การพัฒนากลไกการสเกลที่ฉลาดขึ้น และเครื่องมือที่ช่วยบริหารจัดการโมเดลทั้งด้านเวอร์ชัน คอนฟิก และการมอนิเตอร์ เพื่อให้การนำ AI เข้าสู่ production เป็นไปอย่างราบรื่นและคุ้มค่าที่สุด

สรุปแล้ว การรองรับโมเดล Amazon Nova ที่ปรับแต่งได้บน Amazon SageMaker Inference ช่วยเปิดทางให้ทีมพัฒนาและองค์กรนำความสามารถของโมเดลระดับสูงมาใช้ในงานจริงได้ง่ายขึ้น พร้อมตัวเลือกด้านฮาร์ดแวร์และการตั้งค่าที่ยืดหยุ่นเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการด้าน latency, ต้นทุน และความแม่นยำของงานต่างๆ

共有:
さらに記事を見る
D

DriteStudio

タイの Cloud・VPS・Hosting・Colocation プロバイダー

Craft Intertech (Thailand) Co., Ltd. が運営

DRITESTUDIOクラウドインフラ

タイ サムットサーコーン県 パンタイノラシン バンクンティアン-チャイタレー Delight Village ソイ17 100/280 74000

サービス

  • VPSホスティング
  • 専用サーバー
  • Webホスティング
  • セキュリティソリューション

会社

  • 会社情報
  • お問い合わせ
  • システムステータス

サポート

  • サポートチケット
  • ドキュメント
  • ヘルプセンター

© 2026 Craft Intertech (Thailand) Co., Ltd. 無断転載を禁じます。

プライバシーポリシー利用規約返金ポリシー

Cookieを使用しています

当サイトでは、ブラウジング体験の向上、サイトトラフィックの分析、コンテンツのパーソナライズのためにCookieを使用しています。「すべて受け入れる」をクリックすると、Cookieの使用に同意したことになります。 プライバシーポリシー