DriteStudio
DRITESTUDIOโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์
หน้าแรก
บทความเกี่ยวกับเราติดต่อเราสถานะระบบ
0%
Microsoft เปิดตัว Copilot Tasks ให้ AI ใช้คอมพิวเตอร์ของตัวเองทำงานแทนผู้ใช้
กลับหน้ารายการบทความ

Microsoft เปิดตัว Copilot Tasks ให้ AI ใช้คอมพิวเตอร์ของตัวเองทำงานแทนผู้ใช้

Microsoft เปิดตัวฟีเจอร์ Copilot Tasks ที่ให้ Copilot ใช้คอมพิวเตอร์คลาวด์ของตัวเองทำงานแทนอุปกรณ์ผู้ใช้ ทำงานข้ามเบราว์เซอร์และแอป รองรับคำสั่งภาษา การตั้งเวลา/วนซ้ำ และสรุปรายงานเมื่อเสร็จ

ai-27 กุมภาพันธ์ 2569-อัพเดต: 27 กุมภาพันธ์ 2569

ภาพรวมของ Copilot Tasks

Microsoft เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ชื่อ Copilot Tasks ซึ่งออกแบบมาเพื่อให้ AI ทำงานเบื้องหลังแทนผู้ใช้โดยไม่ต้องอาศัยกำลังประมวลผลจากอุปกรณ์ของผู้ใช้โดยตรง หลักการทำงานคือ Copilot จะรับคำสั่งจากผู้ใช้ในรูปแบบภาษาธรรมชาติ จากนั้นระบบจะประมวลผลคำสั่งบนคอมพิวเตอร์คลาวด์ของ Copilot เองและลงมือทำงานข้ามแอปพลิเคชันหรือเบราว์เซอร์ตามบริบทที่ได้รับ เช่น การจัดตารางนัดหมาย การตอบอีเมล รูปแบบการรายงาน หรือการสร้างแผนการเรียน การดำเนินการเหล่านี้สามารถตั้งค่าให้ทำเป็นครั้งเดียว ตั้งเวลาหรือทำซ้ำตามช่วงเวลาที่กำหนดได้

Copilot Tasks แตกต่างจาก Copilot แบบเดิมที่มักให้คำแนะนำหรือสร้างเนื้อหาผ่านอินเทอร์เฟซของผู้ใช้ เพราะฟีเจอร์ใหม่นี้มีตัวคอมพิวเตอร์คลาวด์ของตัวเองที่ทำหน้าที่รันกระบวนการแทน ทำให้ลดภาระการประมวลผลบนเครื่องของผู้ใช้และสามารถดำเนินงานต่อเนื่องแม้ผู้ใช้จะปิดอุปกรณ์หรือออกจากแอปไปแล้ว เมื่อสิ้นสุดภารกิจ ระบบจะส่งรายงานสรุปผลกลับให้ผู้ใช้ตรวจสอบและยืนยันผลลัพธ์

ความสามารถหลักของ Copilot Tasks ประกอบด้วยการรับคำสั่งด้วยภาษาธรรมชาติ การตั้งเวลาและการวนซ้ำของงาน การเชื่อมต่อข้ามแอปและเบราว์เซอร์ต่าง ๆ รวมถึงการรายงานผลเมื่อภารกิจเสร็จสิ้น ฟีเจอร์นี้มุ่งหมายลดงานซ้ำซ้อนและงานบริหารจัดการเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ใช้เวลาของผู้ใช้ ทำให้สามารถโฟกัสงานที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์หรือการตัดสินใจได้มากขึ้น

การทำงานเชิงเทคนิคและการใช้งานจริง

กระบวนการทำงานของ Copilot Tasks เริ่มจากผู้ใช้สื่อสารความต้องการเป็นข้อความหรือคำสั่งเสียง ระบบจะวิเคราะห์คำสั่ง แยกแยะวัตถุประสงค์และขั้นตอนที่ต้องทำ จากนั้นจะรันงานบนคอมพิวเตอร์คลาวด์ของ Copilot ซึ่งอาจต้องเข้าถึงข้อมูลในแอป ยืนยันสิทธิ์การเข้าถึง และประสานการทำงานข้ามบริการต่าง ๆ เช่น ปฏิทิน อีเมล หรือเครื่องมือจัดงานภายในองค์กร

การเชื่อมต่อกับเบราว์เซอร์และแอปทำให้ Copilot Tasks สามารถทำงานเช่น เพิ่มหรือย้ายรายการในปฏิทิน จองห้องประชุม เรียงลำดับและตอบอีเมลตามเทมเพลตที่กำหนด สร้างแผนการเรียนหรือแผนงานที่ประกอบด้วยตารางต่าง ๆ และสรุปข้อมูลเป็นเอกสารสั้น ๆ ตัวอย่างเช่น ผู้ใช้อาจขอให้สร้างแผนการเตรียมตัวสอบภายในหนึ่งเดือน ซึ่ง Copilot Tasks จะดึงข้อมูลแหล่งเรียนรู้ วางตารางการอ่าน และเตือนความจำตามแผนโดยอัตโนมัติ

ข้อจำกัดทางเทคนิคที่ควรพิจารณารวมถึงปัญหาเรื่องสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูล ความเร็วและเวลาในการประมวลผลสำหรับงานที่ซับซ้อน การจัดการกับข้อมูลที่มีความไวสูง และระบบต้องการการตั้งค่าเริ่มต้นเพื่อให้สามารถเชื่อมต่อกับบริการภายนอกได้อย่างถูกต้อง นอกจากนี้การทำงานต่อเนื่องบนคลาวด์อาจมีค่าใช้จ่ายและข้อจำกัดด้านทรัพยากรซึ่งขึ้นกับนโยบายการให้บริการของ Microsoft

กรณีใช้งานและตัวอย่างที่น่าสนใจ

หนึ่งในกรณีใช้งานที่ชัดเจนคือการลดภาระงานประจำ เช่น การตอบอีเมลที่ซ้ำซ้อนโดยใช้เทมเพลตและการจัดคิวอีเมลสำคัญ การจัดตารางการประชุมและการยืนยันกับผู้เข้าร่วมแบบอัตโนมัติ รวมถึงการเตรียมเอกสารสรุปหลังการประชุมเพื่อประหยัดเวลาของเจ้าหน้าที่

ในภาคการศึกษา Copilot Tasks สามารถสร้างแผนการเรียนแบบเจาะจงให้ผู้เรียนแต่ละคน แบ่งหัวข้อออกเป็นช่วงเวลา กำหนดกิจกรรมฝึกฝน และตั้งการเตือนตามความก้าวหน้า ตัวอย่างเช่น นักศึกษาที่ต้องเตรียมตัวสอบสามารถขอให้ Copilot สร้างตารางอ่านหนังสือที่สอดคล้องกับตารางเรียนและเวลาว่างของตนเองได้

ในเชิงธุรกิจ ฟีเจอร์นี้มีศักยภาพในการจัดการการจอง นัดหมายลูกค้า ติดตามงานประจำทีม และอัปเดตสถานะงานอัตโนมัติ ช่วยให้เจ้าหน้าที่มีเวลามากขึ้นสำหรับการบริการเชิงกลยุทธ์และการตัดสินใจที่ต้องใช้มนุษย์เข้ามาเกี่ยวข้อง ขณะเดียวกันระบบยังสามารถสรุปรายงานสรุปผลการปฏิบัติงานให้ผู้จัดการตรวจสอบได้

ผลกระทบและความสำคัญ

สำหรับผู้ใช้ทั่วไป Copilot Tasks เสนอความสะดวกและประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้น ผู้ใช้จะได้รับการช่วยเหลือในงานซ้ำซ้อนและการจัดการเวลาที่ดีขึ้น ทำให้สามารถมุ่งเน้นงานที่ให้มูลค่าสูงกว่าได้ ในขณะเดียวกันฝ่ายรักษาความเป็นส่วนตัวและนักพัฒนาระบบต้องเผชิญกับความท้าทายใหม่ ๆ เช่น การออกแบบสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูล การเข้ารหัสข้อมูลระหว่างการทำงาน และการกำกับดูแลการใช้งานของ AI

ในมุมมองของอุตสาหกรรม แนวโน้มการให้ AI ทำงานแทนผู้ใช้บนคลาวด์กำลังเพิ่มขึ้น บริษัทเทคโนโลยีหลายแห่งแข่งกันพัฒนาระบบที่ทำงานอัตโนมัติและสามารถขยายขอบเขตการบริการได้ แต่การขยายนี้มาพร้อมกับการแข่งขันด้านความปลอดภัยของข้อมูลและมาตรฐานการจัดการความเสี่ยงที่ต้องเข้มงวดมากขึ้น องค์กรต้องพิจารณานโยบายการเก็บรักษาและการเข้าถึงข้อมูลเมื่ออนุญาตให้ระบบคลาวด์ของผู้ให้บริการทำงานแทนผู้ใช้

มองไปข้างหน้า ประเด็นกำกับดูแลและนโยบายความเป็นส่วนตัวจะมีบทบาทสำคัญต่อการยอมรับเทคโนโลยีนี้โดยทั่วไป หน่วยงานกำกับดูแลอาจต้องกำหนดแนวทางการตรวจสอบการทำงานของ AI การเปิดเผยข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจของระบบ รวมถึงสิทธิ์ของผู้ใช้ในการยกเลิกหรือแก้ไขการกระทำที่ AI ดำเนินการแทน การพัฒนาความน่าเชื่อถือของระบบจึงเป็นหัวใจสำคัญ ทั้งในด้านเทคนิคและเชิงนโยบายเพื่อให้ผู้ใช้มั่นใจและสามารถนำเทคโนโลยีไปใช้ได้อย่างปลอดภัย

โดยสรุป Copilot Tasks แสดงให้เห็นทิศทางที่ AI จะเข้าไปแทรกการทำงานประจำของผู้ใช้บนคลาวด์มากขึ้น โดยให้ความสะดวกและประสิทธิภาพ แต่ในขณะเดียวกันก็ยกคำถามสำคัญด้านความเป็นส่วนตัว ความปลอดภัย และการกำกับดูแลที่ผู้ใช้องค์กรและผู้พัฒนาต้องร่วมกันแก้ไข เพื่อให้การนำเทคโนโลยีนี้ไปใช้เกิดประโยชน์สูงสุดและลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้

แชร์บทความ:
ดูบทความเพิ่มเติม
D

DriteStudio | ไดรท์สตูดิโอ

ผู้ให้บริการ Cloud, VPS, Hosting และ Colocation ในประเทศไทย

ดำเนินการโดย บริษัท คราฟต์ อินเตอร์เทค (ประเทศไทย) จำกัด

DRITESTUDIOโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์

100/280 ซอย 17 หมู่บ้านดีไลท์ บางขุนเทียน-ชายทะเล พันท้ายนรสิงห์ สมุทรสาคร 74000

บริการ

  • โฮสติ้ง VPS
  • เซิร์ฟเวอร์เฉพาะ
  • เว็บโฮสติ้ง
  • โซลูชันความปลอดภัย

บริษัท

  • เกี่ยวกับเรา
  • ติดต่อเรา
  • สถานะระบบ

ช่วยเหลือ

  • ทิกเก็ตซัพพอร์ต
  • เอกสารประกอบ
  • ศูนย์ช่วยเหลือ

© 2026 บริษัท คราฟต์ อินเตอร์เทค (ประเทศไทย) จำกัด สงวนลิขสิทธิ์

นโยบายความเป็นส่วนตัวข้อกำหนดการให้บริการนโยบายการคืนเงิน

เราใช้คุกกี้

เราใช้คุกกี้เพื่อเพิ่มประสบการณ์การใช้งาน วิเคราะห์การเข้าชม และปรับแต่งเนื้อหา โดยการคลิก "ยอมรับทั้งหมด" คุณยินยอมให้เราใช้คุกกี้ นโยบายความเป็นส่วนตัว