ข้ามไปยังเนื้อหา
กลับหน้ารายการบทความ

Databricks Unity Gateway ให้ Policy ตรวจ Request Tags ได้

beta ใหม่ให้กำหนดเงื่อนไข tag ก่อนเรียกโมเดลหรือ MCP tool แต่ต้องผูกกับสิทธิ์จริง

Databricks Unity Gateway ให้ Policy ตรวจ Request Tags ได้

Databricks เปิด beta ให้ Unity Gateway custom service policies ตรวจ request tags ที่ผู้เรียกส่งมาได้ตาม release notes วันที่ 9 ตุลาคม 2026 องค์กรจึงใช้ tag เป็นเงื่อนไขก่อนยอมให้คำขอไปถึงโมเดลหรือ MCP tool เช่น บังคับให้คำขอมีรหัสทีม งาน หรือระดับความเสี่ยงก่อนรัน

กลไกที่ควรเข้าใจ

request tag คือ metadata ที่ caller ส่งมากับคำขอ จากนั้น custom service policy อ่านเพื่อตัดสินใจได้ การมี tag ไม่ได้พิสูจน์ว่าข้อมูลใน tag ถูกต้อง เพราะผู้เรียกอาจใส่ค่าเอง ต้องเชื่อมกับตัวตนและสิทธิ์ที่ตรวจได้ รวมถึงจำกัดรายการค่าให้ตรงกับระบบต้นทาง

ตัวอย่างที่เหมาะคือแยกงานทดลองกับ production หรือบังคับระบุ cost center ก่อนเรียกโมเดลราคาแพง สำหรับ MCP tool ที่แก้ข้อมูลได้ อาจต้องมี tag แสดงประเภทงานและผ่าน policy เพิ่มเติม แต่ tag อย่างเดียวไม่ควรแทน approval หรือ authorization ของ tool

วิธีนำไปใช้

ออกแบบ schema ของ tag สั้นและคงที่ เช่น environment, team, workflow_id ระบุว่า field ไหนบังคับและใครสร้างค่า ทดสอบกรณีไม่มี tag, สะกดผิด, ส่งหลายค่าขัดกัน และค่าไม่ตรงกับสิทธิ์ผู้ใช้ เริ่ม policy แบบ observe หากระบบรองรับ ก่อนตั้ง block เพื่อไม่ให้ workflow เดิมหยุดโดยไม่รู้ตัว

เก็บผลการตัดสินของ gateway กับ request ID ใน log แล้วดูว่าคำขอที่ถูกปฏิเสธมีเหตุผลชัดพอให้ทีมแก้หรือไม่ ถ้าแอปหลายตัวเรียก gateway เดียวกัน ต้องประสานการเพิ่ม tag ใน SDK หรือ middleware ให้ครบก่อนบังคับ policy

ข้อจำกัด

Databricks ระบุว่ายังเป็น beta จึงควรทดลองกับ non-production และอ่านเอกสาร service policy ล่าสุดก่อนยึด syntax หรือ behavior ใน production

อ่านต้นทาง: Databricks release notes, 9 ตุลาคม 2026