ข้ามไปยังเนื้อหา
กลับหน้ารายการบทความ

ตำรวจอังกฤษสอบสวนเจ้าหน้าที่ หลังถูกกล่าวหาใช้ Microsoft Copilot ช่วยตัดสินใจคดีอาญา

เจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสูงใน Derbyshire ประเทศอังกฤษ ถูกสอบสวนกรณีต้องสงสัยใช้Microsoft Copilotช่วยกำหนดแนวทางการตัดสินใจประเมินความเสี่ยงและจัดการข้อมูลในคดีอาญา

ตำรวจอังกฤษสอบสวนเจ้าหน้าที่ หลังถูกกล่าวหาใช้ Microsoft Copilot ช่วยตัดสินใจคดีอาญา

เจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสูงใน Derbyshire ประเทศอังกฤษ ถูกสอบสวนกรณีต้องสงสัยใช้ Microsoft Copilot ช่วยกำหนดแนวทางการตัดสินใจ ประเมินความเสี่ยง และจัดการข้อมูลในคดีอาญา รวมถึงข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการป้อนข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลปฏิบัติการที่มีความอ่อนไหวเข้าสู่เครื่องมือ AI แม้หน่วยงานจะอนุญาตให้ใช้ Copilot ช่วยงานเอกสารภายใต้เงื่อนไขที่กำหนดไว้

Microsoft Copilot กลายเป็นประเด็นด้านจริยธรรมในการทำงานของตำรวจ

เจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสูงจาก Derbyshire Constabulary ในสหราชอาณาจักร ถูกสอบสวนเกี่ยวกับข้อกล่าวหาว่าใช้ Microsoft Copilot ช่วยทำงานที่เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจในคดีอาญา โดยข่าวดังกล่าวเผยแพร่เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2569

ตามรายงานของ TechSpot ซึ่งอ้างอิงข้อมูลจาก BBC การสอบสวนดำเนินการโดย Independent Office for Police Conduct หรือ IOPC หลังหน่วยงานตำรวจส่งเรื่องให้ตรวจสอบภายหลังการทบทวนการใช้งาน AI ภายในองค์กร

ข้อกล่าวหาครอบคลุมการใช้ AI เกินขอบเขตที่อนุญาต


Derbyshire Constabulary อนุญาตให้เจ้าหน้าที่ใช้ Copilot ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2025 สำหรับงานบางประเภท เช่น การร่างรายงานและสรุปข้อมูล โดยมีข้อกำหนดห้ามป้อนข้อมูลปฏิบัติการ ข้อมูลส่วนบุคคล หรือข้อมูลที่มีความอ่อนไหวเข้าไปในเครื่องมือ

อย่างไรก็ตาม ข้อกล่าวหาในกรณีนี้ครอบคลุมการใช้ AI เพื่อช่วยกำหนดแนวทางเชิงนโยบาย ประเมินและจัดการความเสี่ยง ตลอดจนให้เหตุผลประกอบการตัดสินใจระหว่างการสืบสวนคดี

นอกจากนี้ ยังมีข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการป้อนข้อมูลปฏิบัติการและข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้องกับคดีเข้าสู่เครื่องมือ AI ด้วย ทั้งหมดนี้ยังเป็นข้อกล่าวหาที่อยู่ระหว่างการสอบสวน ไม่ใช่ข้อสรุปว่าผู้ถูกกล่าวหากระทำผิดแล้ว

ทำไมการใช้ AI ในคดีอาญาจึงมีความเสี่ยง


การทำงานของตำรวจเกี่ยวข้องกับข้อมูลที่มีความอ่อนไหวและการตัดสินใจที่อาจส่งผลต่อสิทธิของบุคคล เช่น การประเมินความเสี่ยง การจัดลำดับความสำคัญของคดี และการรวบรวมข้อมูลเพื่อใช้ประกอบการสืบสวน

แม้ AI จะช่วยสรุปเอกสารและจัดระเบียบข้อมูลได้รวดเร็ว แต่ผลลัพธ์อาจมีข้อผิดพลาด ขาดบริบท หรือสร้างข้อสรุปที่ไม่มีหลักฐานรองรับได้

หากผู้ใช้พึ่งพาผลลัพธ์จาก AI มากเกินไปโดยไม่ตรวจสอบแหล่งข้อมูล ก็อาจนำไปสู่การตัดสินใจที่ไม่เหมาะสมได้ โดยเฉพาะในงานที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายและความปลอดภัยของประชาชน

ความเสี่ยงด้านข้อมูลส่วนบุคคล


อีกประเด็นสำคัญคือการนำข้อมูลที่มีความอ่อนไหวเข้าสู่ระบบ AI โดยไม่เป็นไปตามข้อกำหนดขององค์กร องค์กรที่ใช้ AI ควรประเมินว่าเครื่องมือแต่ละประเภทได้รับอนุญาตให้ใช้กับข้อมูลระดับใด รวมถึงกำหนดสิทธิ์การเข้าถึง วิธีเก็บรักษาข้อมูล และขั้นตอนตรวจสอบการใช้งานให้ชัดเจน

การมีเครื่องมือ AI ที่ได้รับอนุญาตในองค์กรไม่ได้หมายความว่าผู้ใช้สามารถนำข้อมูลทุกประเภทเข้าไปประมวลผลได้โดยไม่มีข้อจำกัด

บทเรียนสำหรับองค์กรที่นำ AI มาใช้


กรณีนี้เป็นตัวอย่างว่าการกำหนดนโยบาย AI ต้องครอบคลุมมากกว่าการอนุญาตให้พนักงานใช้เครื่องมือ โดยควรระบุงานที่อนุญาต งานที่ห้ามใช้ และระดับการตรวจสอบโดยมนุษย์

องค์กรควรจัดอบรมเกี่ยวกับข้อจำกัดของ AI และกำหนดให้มีผู้รับผิดชอบตรวจสอบผลลัพธ์ก่อนนำไปใช้กับการตัดสินใจที่มีผลกระทบสูง

สรุป

การสอบสวนเจ้าหน้าที่ตำรวจอังกฤษสะท้อนความจำเป็นในการกำหนดขอบเขตการใช้ AI ในงานที่มีความอ่อนไหว โดยเฉพาะการตัดสินใจที่เกี่ยวข้องกับคดีอาญาและข้อมูลส่วนบุคคล อย่างไรก็ตาม กรณีนี้ยังอยู่ระหว่างการสอบสวน จึงไม่ควรสรุปว่ามีการกระทำผิดเกิดขึ้นแล้ว


ที่มา: TechSpot