メインコンテンツへスキップ
記事一覧へ戻る

Microsoft ระบุ Windows 11 ตอบสนองเร็วขึ้นสูงสุด 20% หลังปรับปรุงระบบ

Microsoft ระบุว่าการปรับปรุง Windows 11 ช่วยให้การตอบสนองของงานบางประเภทเร็วขึ้นสูงสุด 20% โดยเน้นการจัดการหน่วยความจำและเครื่องมือที่ผู้ใช้เรียกใช้งานเป็นประจำ

Microsoft ระบุ Windows 11 ตอบสนองเร็วขึ้นสูงสุด 20% หลังปรับปรุงระบบ

Microsoft ระบุว่าการปรับปรุง Windows 11 ช่วยให้การตอบสนองของงานบางประเภทเร็วขึ้นสูงสุด 20% โดยเน้นการจัดการหน่วยความจำและเครื่องมือที่ผู้ใช้เรียกใช้งานเป็นประจำ เช่น Start, Search และ File Explorer บริษัทระบุว่าคอมพิวเตอร์ที่มี RAM 8GB หรือน้อยกว่าอาจได้รับประโยชน์จากการลดการโหลดฟังก์ชันเบื้องหลัง

Microsoft ปรับปรุงการตอบสนองของ Windows 11

เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2026 TechSpot รายงานว่า Microsoft กำลังปรับปรุง Windows 11 เพื่อให้ระบบตอบสนองเร็วขึ้น โดยเน้นการทำงานที่ผู้ใช้เรียกใช้เป็นประจำ เช่น การเปิด Start Menu การค้นหาไฟล์ การเปิด Settings และการใช้งาน File Explorer

บริษัทระบุว่าการทดสอบบางรายการพบว่าการตอบสนองดีขึ้นสูงสุด 20% เมื่อเปรียบเทียบ Windows 11 รุ่นที่กำหนดกับรุ่นก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม ตัวเลขนี้เกี่ยวข้องกับงานที่นำมาทดสอบ ไม่ได้หมายความว่าทุกโปรแกรมหรือทุกเกมจะทำงานเร็วขึ้น 20% เท่ากัน

ปรับปรุงการจัดการ RAM และงานเบื้องหลัง

หนึ่งในแนวทางที่ Microsoft กล่าวถึงคือการปรับปรุงการจัดการหน่วยความจำ เพื่อให้ระบบเก็บข้อมูลที่กำลังใช้งานไว้ใน RAM ได้มากขึ้น แทนที่จะต้องย้ายข้อมูลบางส่วนไปยังพื้นที่จัดเก็บที่ช้ากว่า

รายงานระบุว่าการปรับปรุงบางส่วนอาจช่วยให้ระบบเก็บข้อมูลที่ใช้งานอยู่ในหน่วยความจำเพิ่มขึ้นได้สูงสุด 2GB ทั้งนี้ ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับลักษณะการทำงานของเครื่องและปริมาณหน่วยความจำที่มีอยู่

สำหรับคอมพิวเตอร์ที่มี RAM 8GB หรือน้อยกว่า Windows 11 ยังมีการปรับวิธีโหลด Widgets โดยรอจนกว่าผู้ใช้จะเปิดใช้งาน ซึ่ง Microsoft ระบุว่าอาจช่วยคืนหน่วยความจำให้แอปพลิเคชันอื่นได้มากกว่า 200MB

การปรับปรุงเหล่านี้มีเป้าหมายลดภาระที่ไม่จำเป็น โดยไม่ต้องอาศัยการเพิ่มฮาร์ดแวร์ทุกครั้งที่ผู้ใช้ต้องการให้เครื่องตอบสนองดีขึ้น

งานที่ Microsoft นำมาทดสอบ

รายงานระบุว่าการทดสอบครอบคลุมงานอย่าง Search, Start, Settings, Snipping Tool, File Explorer, Microsoft 365 และการโต้ตอบผ่านเมนูคลิกขวา

การทดสอบลักษณะนี้มีความสำคัญเพราะผู้ใช้มักประเมินความเร็วของระบบจากเวลาที่ใช้เปิดเมนู ค้นหาไฟล์ หรือเรียกใช้งานฟังก์ชันพื้นฐาน ไม่ได้พิจารณาเฉพาะคะแนนประสิทธิภาพของ CPU หรือ GPU

อย่างไรก็ตาม ความเร็วที่รู้สึกได้จริงอาจแตกต่างกันตามสเปกเครื่อง ไดรเวอร์ จำนวนแอปที่เปิดพร้อมกัน และโปรแกรมที่ทำงานเบื้องหลัง

ผู้ใช้ควรทำอย่างไรเพื่อรับการปรับปรุง

Microsoft ระบุว่าการปรับปรุงบางส่วนจะทยอยเปิดให้ใช้งาน ผู้ใช้จึงอาจไม่ได้รับทุกฟีเจอร์พร้อมกัน ควรตรวจสอบ Windows Update และติดตั้งอัปเดตที่ระบบเสนอให้ตามปกติ

สำหรับเครื่องที่ยังทำงานช้า ควรตรวจสอบแอปที่เริ่มทำงานพร้อม Windows พื้นที่ว่างในไดรฟ์ การใช้ RAM และสถานะของไดรเวอร์ด้วย เพราะการปรับปรุงระบบปฏิบัติการไม่สามารถแก้ปัญหาฮาร์ดแวร์หรือซอฟต์แวร์ทุกประเภทได้

สรุป

Microsoft กำลังปรับปรุง Windows 11 โดยเน้นการตอบสนองของงานทั่วไปและการใช้หน่วยความจำอย่างมีประสิทธิภาพ ตัวเลขความเร็วที่เพิ่มขึ้นสูงสุด 20% เป็นผลจากการทดสอบบางงาน จึงควรรอผลใช้งานจริงจากอุปกรณ์หลายรูปแบบก่อนสรุปว่าผู้ใช้ทุกคนจะเห็นความแตกต่างในระดับเดียวกัน


ที่มา: TechSpot