メインコンテンツへスキップ
記事一覧へ戻る

Oracle Database@Google Cloud เปิด Custom DNS สำหรับ Exadata VM Clusters แบบ GA

Google Cloud เปิด custom DNS domain สำหรับ ODB Network ช่วยกำหนดชื่อ Exadata VM Cluster ตามโดเมนองค์กร พร้อมข้อจำกัดที่ต้องรู้ก่อนย้าย

Oracle Database@Google Cloud เปิด Custom DNS สำหรับ Exadata VM Clusters แบบ GA

Google Cloud ประกาศใน release notes วันที่ 2 พฤศจิกายน 2026 ว่า Oracle Database@Google Cloud รองรับการสร้าง custom DNS domain สำหรับ ODB Network แล้ว และระบุสถานะความพร้อมใช้งานทั่วไป (GA) ความสามารถนี้เปิดให้ทีมกำหนดชื่อปลายทางของทรัพยากรฐานข้อมูลตามโดเมนขององค์กร จัดการการมอบหมายการแปลชื่อ และออกใบรับรอง SSL ให้โฮสต์ภายใต้โดเมนที่เลือกได้ ขอบเขตสำคัญคือใช้กับ Exadata VM Clusters เท่านั้น จึงไม่ควรตีความว่า Oracle Database ทุกบริการบน Google Cloud เปลี่ยนโดเมนได้ทันที

ปัญหาที่ custom DNS ช่วยแก้

ระบบฐานข้อมูลที่เชื่อมกับแอปพลิเคชันจำนวนมากมักมีชื่อโฮสต์ผูกกับนโยบายเครือข่าย การตรวจสอบใบรับรอง และวิธีจัดการ DNS ภายในองค์กร หากชื่อปลายทางใช้โดเมนเริ่มต้นของบริการ ทีมโครงสร้างพื้นฐานอาจต้องจัดทำข้อยกเว้นหรืออธิบายเส้นทางการแปลชื่อเพิ่ม เมื่อสร้างโดเมน เช่น oradb.example.com สำหรับ ODB Network แล้ว ชื่อคลัสเตอร์อาจอยู่ในรูป db1.oradb.example.com ซึ่งสอดคล้องกับ namespace ขององค์กรได้มากขึ้น ตัวอย่างนี้เป็นรูปแบบชื่อในเอกสาร ไม่ใช่การย้ายฐานข้อมูลหรือเปลี่ยนชื่อ endpoint เดิมโดยอัตโนมัติ

เอกสารของ Google ระบุว่าทีมสามารถเลือก default custom DNS domain หรือสร้างโดเมนเองได้มากกว่าหนึ่งรายการ แต่โดเมนหนึ่งรายการผูกกับ ODB Network ได้เพียงหนึ่งเครือข่าย ข้อนี้มีผลต่อการออกแบบสภาพแวดล้อมหลายเครือข่าย: ก่อนตั้งชื่อควรระบุให้ชัดว่าเครือข่ายใดเป็นเจ้าของโดเมน และองค์กรจะมอบหมายการแปลชื่อของโดเมนนั้นอย่างไร การใช้ชื่อเดียวกันข้ามหลาย ODB Network ตามใจอาจทำให้แผนผัง DNS ไม่ตรงกับข้อจำกัดของบริการ

ขอบเขตของ GA และสิ่งที่ต้องวางแผนก่อนสร้าง

Custom DNS domain นี้แทนโดเมนเริ่มต้น oraclevcn.com สำหรับ Exadata VM Clusters เอกสารไม่ได้ระบุว่ามีผลกับ Exascale VM Cluster, Autonomous AI Database หรือบริการ Oracle อื่นทั้งหมด ผู้ดูแลที่มีหลายชนิดฐานข้อมูลควรสำรวจชนิดคลัสเตอร์และ ODB Network ปัจจุบันก่อนกำหนดมาตรฐานชื่อร่วมกัน มิฉะนั้นเอกสารเชื่อมต่อของแอปอาจสัญญาถึงชื่อที่บริการยังไม่รองรับ

การตั้ง Resource ID มีข้อจำกัดต่างจากชื่อโดเมน: ยาวได้ไม่เกิน 63 ตัวอักษร ใช้ตัวพิมพ์เล็ก ตัวเลข และขีดกลาง เริ่มด้วยตัวพิมพ์เล็ก และลงท้ายด้วยตัวพิมพ์เล็กหรือตัวเลข ส่วน domain name มีได้ไม่เกินสาม subdomain โดยแยกด้วยจุด และความยาวรวม prefix กับ domain ต้องน้อยกว่า 110 ตัวอักษร Google สงวน oraclevcn.com จึงใช้เป็น custom domain ไม่ได้ ควรตรวจข้อจำกัดเหล่านี้ในขั้นออกแบบชื่อ ไม่ใช่รอให้การสร้างทรัพยากรล้มเหลวระหว่างเปลี่ยนระบบ

วิธีสร้างและตรวจรายการ

บน Google Cloud Console ให้เปิดหน้า ODB Network เลือกเครือข่ายที่ต้องการ แล้วไปส่วน Custom DNS domain เพื่อสร้างรายการใหม่ เอกสารยังให้คำสั่ง CLI สำหรับทีมที่จัดการสภาพแวดล้อมผ่าน runbook หรือ pipeline ดังนี้

gcloud oracle-database odb-networks odb-dns-zones create DOMAIN_ID \
  --project=PROJECT_ID \
  --location=REGION \
  --odb-network=ODB_NETWORK_ID \
  --domain=DOMAIN_NAME

ค่า REGION ต้องเป็นตำแหน่งของ ODB Network และ ODB_NETWORK_ID ต้องอ้างถึงเครือข่ายที่ต้องการผูกโดเมน หากใช้ Shared VPC เอกสารกำหนดให้ใช้ project ID ของ host project ใน --project หลังสร้างเสร็จสามารถดูรายการด้วยคำสั่ง gcloud oracle-database odb-networks odb-dns-zones list พร้อมระบุ project, location และ ODB Network เดียวกัน หรือใช้ describe เพื่ออ่านรายละเอียดโดเมนรายตัว ทีมที่ทำ automation ควรตรวจผลลัพธ์เหล่านี้ก่อนปรับค่าการเชื่อมต่อของแอป

การสร้างโดเมนเป็นเพียงส่วนหนึ่งของงานเปลี่ยนชื่อปลายทาง ฝ่ายปฏิบัติการควรตรวจว่าระเบียน DNS ที่เกี่ยวข้องตอบจากเครือข่ายผู้ใช้งานจริงอย่างไร ใบรับรอง SSL มีชื่อโฮสต์ตรงกับปลายทางใหม่หรือไม่ และค่าเชื่อมต่อในแอป บริการสำรองข้อมูล และเครื่องมือเฝ้าระวังอ้างชื่อใดอยู่ การทดสอบจากเครื่องที่อยู่ในเส้นทางเครือข่ายจริงช่วยแยกปัญหาการแปลชื่อออกจากปัญหาการเชื่อมต่อฐานข้อมูล การเปลี่ยนชื่อโดยไม่มีรายการผู้ใช้ปลายทางอาจทำให้ health check หรือ scheduled job ที่ไม่อยู่ในระบบหลักล้มเหลวภายหลัง

การย้อนกลับและการลบโดเมน

Google ระบุว่าลบ custom DNS domain ไม่ได้หากยังมีทรัพยากรใช้งานอยู่ ต้องลบทรัพยากรที่ใช้โดเมนนั้นก่อน จึงควรมองการเลือกชื่อเป็นการตัดสินใจด้านวงจรชีวิตของคลัสเตอร์ ไม่ใช่ค่าที่แก้ทิ้งได้ทันทีหลังเปิดใช้ หากมีแผนย้ายชื่อ ควรบันทึก dependency ของแต่ละคลัสเตอร์และแอปที่เชื่อมต่อ รวมทั้งเตรียมช่วงเปลี่ยนผ่านของ DNS และใบรับรองให้สอดคล้องกัน

ประโยชน์เชิงปฏิบัติของประกาศครั้งนี้คือทีมที่ใช้ Exadata VM Clusters บน Oracle Database@Google Cloud สามารถวางชื่อฐานข้อมูลให้อยู่ในพื้นที่ชื่อขององค์กรได้อย่างเป็นทางการ พร้อมตัวเลือกจัดการผ่าน Console, CLI และ API แต่ความพร้อมระดับ GA ไม่ได้ยืนยันว่าการเปลี่ยน endpoint ของระบบเดิมไม่มีผลกระทบ การเริ่มจาก ODB Network และคลัสเตอร์ทดสอบหนึ่งชุด ตรวจการแปลชื่อและ TLS จากแอปจริง แล้วจึงกำหนดมาตรฐานชื่อสำหรับ production เป็นแนวทางที่ตรวจสอบได้มากกว่า

แหล่งข่าว: Google Cloud release notes วันที่ 2 พฤศจิกายน 2026 และ คู่มือ Create and manage Custom DNS domains