メインコンテンツへスキップ
記事一覧へ戻る

เปลี่ยนรหัสผ่านและข้อมูลติดต่อ Plesk โดยไม่สับสนกับรหัส FTP

แยกรหัส Customer Panel จาก Web Hosting Access พร้อมวิธีแก้โปรไฟล์และตรวจผลหลังเปลี่ยน

เปลี่ยนรหัสผ่านและข้อมูลติดต่อ Plesk โดยไม่สับสนกับรหัส FTP

รหัสผ่านเข้า Customer Panel กับรหัสสำหรับเชื่อมต่อโฮสติ้งผ่าน FTP หรือ SSH เป็นคนละเรื่องใน Plesk ผู้ใช้ที่ต้องการเปลี่ยนรหัสควรระบุให้ชัดว่ากำลังป้องกันช่องทางใด เพราะเปลี่ยนผิดที่อาจทำให้แอปส่งไฟล์ขึ้นเว็บไม่ได้ แต่รหัสสำหรับหน้าแผงควบคุมยังเป็นค่าเดิม บทความนี้ครอบคลุมวิธีแก้ข้อมูลบัญชีของลูกค้า ไม่ใช่รหัสผู้ดูแลเซิร์ฟเวอร์

เปลี่ยนรหัสเข้าสู่ Customer Panel

หลังเข้าสู่ระบบ ให้กดชื่อของตนเองที่ด้านบนหน้าจอ เลือก Edit Profile แล้วกรอกรหัสผ่านใหม่พร้อมยืนยัน ก่อนกด OK ตามคู่มือทางการ ควรใช้รหัสที่ไม่ซ้ำกับอีเมลและบริการอื่น และเก็บในตัวจัดการรหัสผ่านที่ใช้งานอยู่ หากเปิดหน้าต่างแก้โปรไฟล์บนเครื่องสาธารณะ ให้ระวังการบันทึกรหัสผ่านอัตโนมัติของเบราว์เซอร์ หลังบันทึกแล้วออกจากระบบและทดลองเข้าสู่ระบบใหม่เพียงครั้งเดียว เพื่อยืนยันว่าได้เปลี่ยนสำเร็จ

ถ้าเปลี่ยนรหัสเพราะสงสัยว่าบัญชีถูกใช้โดยผู้อื่น ให้ตรวจข้อมูลติดต่อและผู้ใช้ร่วมในบัญชีหลังล็อกอินใหม่ด้วย การเปลี่ยนรหัสอย่างเดียวอาจไม่พอหากมีผู้ใช้อื่นที่ได้รับสิทธิ์อยู่แล้ว หรือรหัสเดียวกันถูกใช้ในบริการภายนอก ควรแจ้งผู้ให้บริการเมื่อพบกิจกรรมที่ไม่รู้จัก และตรวจว่ามีฟีเจอร์เพิ่มความปลอดภัยที่แพ็กเกจรองรับหรือไม่

รหัส Web Hosting Access อยู่คนละหน้า

เอกสาร Plesk แนะนำให้ไปที่ Websites & Domains แล้วเลือก Web Hosting Access เมื่อต้องเปลี่ยนชื่อผู้ใช้หรือรหัสสำหรับเชื่อมต่อ subscription ผ่าน FTP หรือ SSH ก่อนกดบันทึก ให้ตรวจว่าโปรแกรม FTP, pipeline สำหรับ deploy หรือเครื่องมือซิงก์ไฟล์ใดใช้ credential เดิมอยู่บ้าง หลังเปลี่ยนต้องอัปเดตค่าในเครื่องมือเหล่านั้นและทดสอบการเชื่อมต่อใหม่อย่างระมัดระวัง อย่าใส่รหัสใหม่ลงไฟล์ที่ถูกเก็บใน Git

รหัส FTP ของบัญชีหลักและบัญชี FTP เพิ่มเติมก็อาจมีหน้าจัดการต่างกัน หากทำงานร่วมกับหลายคน ควรพิจารณาบัญชี FTP แยกตามคนและจำกัดโฟลเดอร์แทนการแชร์รหัสหลัก วิธีนี้ช่วยลดผลกระทบเมื่อจำเป็นต้องเปลี่ยนรหัสหรือยกเลิกสิทธิ์สมาชิกหนึ่งคน

อัปเดตข้อมูลติดต่อ

ใช้เมนูชื่อของตัวเอง > Edit Profile > แท็บ Contact Details แล้วแก้ข้อมูลก่อนกด OK อีเมลติดต่อที่ถูกต้องช่วยให้รับข่าวสารเกี่ยวกับบริการและใช้กระบวนการกู้บัญชีของผู้ให้บริการได้สะดวกขึ้น หลังแก้ควรตรวจว่าที่อยู่ใหม่สะกดถูกและเข้าถึงได้จริง การเปลี่ยนข้อมูลติดต่อใน Plesk อาจไม่ใช่การเปลี่ยนข้อมูลเรียกเก็บเงินในระบบของผู้ให้บริการ หากต้องแก้ข้อมูลสัญญาหรือใบแจ้งหนี้ ให้ตรวจช่องทางของผู้ให้บริการแยกต่างหาก

หากเมนู Edit Profile หรือ Web Hosting Access ไม่แสดง อาจเกี่ยวกับสิทธิ์ของบัญชีหรือรูปแบบบริการที่ได้รับ ให้ตรวจแท็บ Permissions หรือถามผู้ให้บริการโดยระบุว่าต้องการเปลี่ยน credential ประเภทใด ไม่ควรส่งรหัสเดิมหรือรหัสใหม่ไปกับคำขอช่วยเหลือ การแยกประเภทบัญชีตั้งแต่แรกจะทำให้แก้ปัญหาถูกจุดและลดช่วงที่ระบบเชื่อมต่อไม่ได้

อ่านเพิ่มเติม: เอกสาร Plesk — Changing Your Password and Contact Information