Chuyển đến nội dung chính
Quay lại danh sách bài viết

NVIDIA อัปเดต DLSS 5 เพิ่มความเร็ว 2 เท่า ลดการใช้ VRAM ในเกม 4K ได้สูงสุด 20%

NVIDIA ปรับปรุง DLSS 5 เทคโนโลยี Neural Rendering สำหรับเกม โดยระบุว่าโมเดลเวอร์ชันเดือนตุลาคมทำงานเร็วขึ้น 2 เท่า ลดขนาดโมเดลลงประมาณ 24%

NVIDIA อัปเดต DLSS 5 เพิ่มความเร็ว 2 เท่า ลดการใช้ VRAM ในเกม 4K ได้สูงสุด 20%

NVIDIA ปรับปรุง DLSS 5 เทคโนโลยี Neural Rendering สำหรับเกม โดยระบุว่าโมเดลเวอร์ชันเดือนตุลาคมทำงานเร็วขึ้น 2 เท่า ลดขนาดโมเดลลงประมาณ 24% และลดการใช้ VRAM ที่ความละเอียด 4K ได้สูงสุด 20% การอัปเดตนี้มีเป้าหมายเพิ่มประสิทธิภาพการประมวลผลภาพด้วย AI และลดภาระของ GPU โดยเกม NBA 2K27 มีกำหนดเป็นหนึ่งในเกมแรกที่รองรับโมเดลใหม่

NVIDIA ปรับปรุง DLSS 5 เพิ่มประสิทธิภาพการเรนเดอร์ด้วย AI

NVIDIA เปิดเผยการอัปเดต DLSS 5 เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2026 โดยระบุว่าโมเดลใหม่มีประสิทธิภาพสูงกว่าเวอร์ชันก่อนหน้า และลดทรัพยากรที่ต้องใช้ในการประมวลผลภาพ เทคโนโลยี DLSS เป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญของ NVIDIA สำหรับเพิ่มประสิทธิภาพเกมผ่านการใช้ AI และเทคนิคการเรนเดอร์ภาพ

ตามรายงานของ Tom’s Hardware NVIDIA ระบุว่าโมเดลใหม่ทำงานเร็วขึ้น 2 เท่าเมื่อเทียบกับเวอร์ชันปัจจุบันก่อนอัปเดต และมีการปรับปรุงประสิทธิภาพโดยรวมอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่เริ่มพัฒนาในเดือนมีนาคม 2026

ตัวเลขดังกล่าวเป็นข้อมูลที่ NVIDIA รายงาน จึงควรแยกจากผลทดสอบอิสระที่อาจเกิดขึ้นกับเกมและการ์ดจอแต่ละรุ่น

ลดขนาดโมเดลลงประมาณ 24%

NVIDIA ระบุว่าการปรับปรุงในเดือนตุลาคมช่วยลดขนาดโมเดล DLSS 5 ลงเกือบหนึ่งในสี่ เหลือประมาณ 118 ล้านพารามิเตอร์ โดยอาศัยการปรับแต่งกระบวนการประมวลผลและโครงสร้างของโมเดล Neural Rendering

การลดขนาดโมเดลมีความสำคัญเพราะระบบ AI ที่ใช้ในการสร้างหรือปรับปรุงภาพต้องใช้ทรัพยากรประมวลผลและหน่วยความจำ หากสามารถลดขนาดโมเดลได้โดยยังคงคุณภาพภาพตามเป้าหมาย ก็อาจช่วยให้ระบบทำงานได้รวดเร็วขึ้นและใช้ทรัพยากรน้อยลง

อย่างไรก็ตาม จำนวนพารามิเตอร์ไม่ใช่ตัวชี้วัดคุณภาพหรือประสิทธิภาพเพียงอย่างเดียว ผลลัพธ์ยังขึ้นอยู่กับสถาปัตยกรรมโมเดล การทำงานร่วมกับเกม และการใช้ทรัพยากรของระบบทั้งหมด

ลดการใช้ VRAM ที่ความละเอียด 4K

อีกประเด็นสำคัญคือ NVIDIA ระบุว่า DLSS 5 เวอร์ชันใหม่ลดการใช้หน่วยความจำวิดีโอ หรือ VRAM ที่ความละเอียด 4K ได้สูงสุด 20% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า

VRAM มีหน้าที่จัดเก็บข้อมูลที่ GPU ต้องใช้ในการเรนเดอร์ เช่น พื้นผิว โมเดลวัตถุ และข้อมูลภาพระหว่างการประมวลผล เกมที่มีรายละเอียดสูงหรือเปิดใช้เอฟเฟกต์กราฟิกจำนวนมากอาจต้องใช้ VRAM เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะเมื่อเล่นที่ความละเอียด 4K

หากการลดการใช้ VRAM เกิดขึ้นได้ตามที่บริษัทระบุ ก็อาจช่วยให้เกมมีพื้นที่หน่วยความจำเหลือสำหรับงานกราฟิกอื่นมากขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกเกมจะมี FPS เพิ่มขึ้น 20% เพราะการใช้ VRAM และอัตราเฟรมเป็นตัวชี้วัดคนละประเภท

NBA 2K27 เตรียมเป็นหนึ่งในเกมแรกที่ใช้โมเดลใหม่

Tom’s Hardware รายงานว่าโมเดล DLSS 5 ที่ได้รับการปรับปรุงมีกำหนดเริ่มใช้งานใน NBA 2K27 วันที่ 16 ตุลาคม 2026 และจะขยายไปยังเกมอื่นที่รองรับในอนาคต ส่วน Hogwarts Legacy มีกำหนดได้รับการสนับสนุนในเดือนพฤศจิกายน

การรองรับจริงขึ้นอยู่กับการอัปเดตจากผู้พัฒนาเกมและการเปิดใช้งานผ่านระบบของ NVIDIA ผู้เล่นจึงควรตรวจสอบรายการเกมที่รองรับและเวอร์ชันไดรเวอร์ก่อนทดลองใช้

NVIDIA ยังปรับปรุง Frame Generation

นอกจาก DLSS 5 แล้ว NVIDIA ยังเปิดตัว Performance Mode สำหรับ Frame Generation ในแอป NVIDIA รุ่นเบต้า โดยมีเป้าหมายลดภาระการประมวลผลและเพิ่มความเร็วของการสร้างเฟรมด้วย AI

บริษัทระบุว่าโหมดใหม่อาจเพิ่มประสิทธิภาพได้สูงสุด 35% ในบางสถานการณ์ เช่น บน RTX 5060 แต่ตัวเลขนี้ไม่ควรนำไปตีความว่าเกมทุกเกมจะได้ FPS เพิ่มขึ้นเท่ากัน ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับเกม การตั้งค่ากราฟิก ความละเอียด และข้อจำกัดของ CPU หรือ GPU

การสร้างเฟรมเพิ่มยังอาจส่งผลต่อความหน่วงในการควบคุมและความสม่ำเสมอของภาพ ผู้เล่นจึงควรพิจารณาความรู้สึกขณะเล่นควบคู่กับตัวเลข FPS

DLSS 5 เหมาะกับการ์ดจอรุ่นใด

ข้อมูลที่รายงานระบุว่าการสนับสนุน DLSS 5 ยังคงมุ่งไปยัง GPU ตระกูล RTX 50 รวมถึงบริการ GeForce NOW และผลิตภัณฑ์ RTX Spark ที่เกี่ยวข้อง ผู้ใช้งานควรตรวจสอบข้อกำหนดของเกมและเทคโนโลยีแต่ละรุ่น เนื่องจากฟีเจอร์ DLSS แต่ละเวอร์ชันไม่ได้รองรับการ์ดจอทุกรุ่นในลักษณะเดียวกัน ผู้ที่ใช้การ์ดจอรุ่นเก่าควรตรวจสอบรายการรองรับอย่างเป็นทางการก่อนคาดหวังว่าจะสามารถใช้ DLSS 5 ได้ครบทุกคุณสมบัติ

สรุป

การอัปเดต DLSS 5 ของ NVIDIA มุ่งเพิ่มความเร็ว ลดขนาดโมเดล และลดการใช้ VRAM เพื่อทำให้การเรนเดอร์ด้วย AI มีประสิทธิภาพขึ้น ตัวเลขที่ NVIDIA เปิดเผยเป็นสัญญาณที่น่าสนใจสำหรับตลาดเกมมิ่ง แต่ผู้เล่นควรรอผลทดสอบจากเกมจริงและการ์ดจอแต่ละรุ่นก่อนสรุปว่าประสิทธิภาพจะเพิ่มขึ้นมากน้อยเพียงใด


ที่มา: Tom’s Hardware , The Verge

Chia sẻ bài viết:
Xem thêm bài viết