Apple เปิดตัว iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max อัปเกรดครั้งใหญ่ด้วย A20 Pro กล้อง 48MP รูรับแสงปรับได้ และแบตเตอรี่ที่อึดขึ้น
Apple เปิดตัว iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max อย่างเป็นทางการ พร้อมชิป A20 Pro กล้อง Fusion 48MP ที่มาพร้อมรูรับแสงปรับได้ แบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นานขึ้น
Apple เปิดตัว iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max อย่างเป็นทางการ พร้อมชิป A20 Pro กล้อง Fusion 48MP ที่มาพร้อมรูรับแสงปรับได้ แบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นานขึ้น และฟีเจอร์ AI รุ่นใหม่ โดยเปิดให้สั่งซื้อล่วงหน้าในไทยวันที่ 12 กันยายน 2026 และวางจำหน่ายวันที่ 18 กันยายน 2026
Apple เปิดตัว iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max อย่างเป็นทางการ
Apple เปิดตัว iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 9 กันยายน 2026 โดยถือเป็นสมาร์ตโฟนระดับเรือธงรุ่นใหม่ที่ Apple ยกระดับทั้งด้านประสิทธิภาพ กล้อง แบตเตอรี่ และความสามารถด้าน AI
การเปิดตัวครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่รุ่น Pro โดย Apple ระบุว่า iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max ได้รับการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นอย่างชัดเจน โดยเฉพาะการประมวลผล AI และการถ่ายภาพ ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดขายสำคัญของ iPhone รุ่นใหม่
ไฮไลต์สำคัญคือการมาถึงของ ชิป A20 Pro ที่ทำงานร่วมกับระบบระบายความร้อน Vapor Chamber รุ่นใหม่ รวมถึงกล้องหลัก Fusion 48MP ที่เพิ่มระบบ Variable Aperture สามารถปรับรูรับแสงได้ ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญสำหรับระบบกล้องของ iPhone
ดีไซน์ใหม่ 4 สี พร้อมตัวเครื่องอะลูมิเนียม
iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max ยังคงใช้ดีไซน์แบบสมาร์ตโฟนระดับ Pro แต่ได้รับการปรับรายละเอียดของตัวเครื่อง โดย Apple เลือกใช้ อะลูมิเนียมแบบ Unibody และด้านหน้ามาพร้อม Ceramic Shield 2 ขณะที่ด้านหลังใช้ Ceramic Shield ทั้งสองรุ่นมีให้เลือกทั้งหมด 4 สี ได้แก่
- สีดำ
- สีเงิน
- สีธารน้ำแข็ง (Glacier)
- สีเบอร์กันดี (Burgundy)
Apple ยังปรับ Dynamic Island ให้มีขนาดเล็กลง แต่ยังคงฟังก์ชันการทำงานเดิมสำหรับการแจ้งเตือนและกิจกรรมต่าง ๆ บนหน้าจอ
ด้านขนาดหน้าจอ iPhone 18 Pro มีขนาด 6.3 นิ้ว ส่วน iPhone 18 Pro Max มีขนาด 6.9 นิ้ว โดยทั้งคู่ใช้จอ Super Retina XDR พร้อม ProMotion และ Always-On Display
ชิป A20 Pro ยกระดับประสิทธิภาพและ AI
หนึ่งในหัวใจสำคัญของ iPhone 18 Pro คือ A20 Pro ชิปรุ่นใหม่ของ Apple ที่ถูกออกแบบมาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพทั้งการใช้งานทั่วไป การเล่นเกม และงานประมวลผล AI
A20 Pro มาพร้อม CPU แบบ 6-core, GPU แบบ 7-core พร้อม Neural Accelerators และ Dual 16-core Neural Engine ซึ่งช่วยเพิ่มความสามารถในการประมวลผล AI บนอุปกรณ์
Apple ยังนำระบบ Vapor Chamber รุ่นใหม่ มาใช้ร่วมกับชิป A20 Pro เพื่อช่วยจัดการความร้อนเมื่อเครื่องทำงานหนักต่อเนื่อง โดยเฉพาะการเล่นเกม การถ่ายวิดีโอ และการประมวลผล AI
การออกแบบดังกล่าวช่วยให้ iPhone 18 Pro สามารถรักษาประสิทธิภาพได้ต่อเนื่องมากขึ้น แทนที่จะเน้นเฉพาะความเร็วสูงสุดในช่วงเวลาสั้น ๆ
กล้อง Fusion 48MP พร้อม Variable Aperture
อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของ iPhone 18 Pro คือระบบกล้อง Pro Fusion 48MP ซึ่งได้รับการอัปเกรดครั้งใหญ่ กล้องด้านหลังประกอบด้วย
- Fusion Main 48MP พร้อมรูรับแสงปรับได้
- Fusion Ultra Wide 48MP
- Fusion Telephoto 48MP
จุดที่น่าสนใจที่สุดคือกล้องหลัก Fusion Main 48MP ที่มาพร้อม Variable Aperture โดยสามารถปรับรูรับแสงได้หลายระดับ ได้แก่ ƒ/1.48, ƒ/1.8, ƒ/2.8 และ ƒ/4.0
การเพิ่มระบบรูรับแสงที่ปรับได้ช่วยให้ผู้ใช้สามารถควบคุมลักษณะของภาพได้มากขึ้น ทั้งในด้านปริมาณแสง ระยะชัดตื้น และระยะชัดลึก รวมถึงช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการถ่ายภาพในสภาพแสงที่แตกต่างกัน สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการถ่ายภาพ นี่ถือเป็นหนึ่งในการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจที่สุดของ iPhone 18 Pro
เพราะ Apple ไม่ได้เน้นเพียงการเพิ่มจำนวนพิกเซล แต่เพิ่มความสามารถในการควบคุมระบบกล้องให้ใกล้เคียงกับแนวคิดของกล้องถ่ายภาพจริงมากขึ้น
กล้องหน้า Center Stage 18MP
Apple ยังอัปเกรดกล้องหน้าของ iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max เป็น Center Stage 18MP ระบบดังกล่าวถูกออกแบบมาเพื่อช่วยจัดองค์ประกอบของผู้ใช้ให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมระหว่างการถ่ายภาพและวิดีโอคอล โดยเฉพาะสถานการณ์ที่ผู้ใช้ต้องการถ่ายภาพหรือวิดีโอในแนวตั้งและแนวนอน Apple ยังเพิ่มความสามารถด้านวิดีโอ เช่น การติดตามโฟกัสอัจฉริยะ การถ่ายวิดีโอ Dolby Vision สูงสุด 4K ที่ 120fps และการปรับปรุงการถ่ายวิดีโอในสภาวะแสงน้อย
แบตเตอรี่ iPhone 18 Pro Max อึดที่สุดเท่าที่เคยมีมา
Apple ให้ความสำคัญกับอายุการใช้งานแบตเตอรี่ใน iPhone 18 Pro Max เป็นพิเศษ โดยบริษัทระบุว่าเป็น การเพิ่มขึ้นของแบตเตอรี่ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ iPhone
iPhone 18 Pro Max สามารถเล่นวิดีโอได้นานสูงสุด 43 ชั่วโมง ซึ่งเป็นตัวเลขที่ Apple ใช้เน้นย้ำถึงการปรับปรุงด้านประสิทธิภาพพลังงานของรุ่นใหม่
การเพิ่มประสิทธิภาพไม่ได้มาจากแบตเตอรี่เพียงอย่างเดียว แต่เป็นผลจากการทำงานร่วมกันระหว่างชิป A20 Pro ระบบจัดการพลังงาน และการออกแบบฮาร์ดแวร์ใหม่
สำหรับผู้ใช้ที่เล่นเกม ถ่ายวิดีโอ หรือใช้งานสมาร์ตโฟนเป็นเวลานาน จุดนี้อาจเป็นหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้ iPhone 18 Pro Max แตกต่างจากรุ่นก่อนหน้า
Apple Intelligence และ Siri AI
นอกจากฮาร์ดแวร์แล้ว Apple ยังผลักดันความสามารถด้าน Apple Intelligence และ Siri AI ให้กลายเป็นส่วนสำคัญของ iPhone 18 Pro
ระบบ AI ของ Apple ถูกออกแบบให้สามารถประมวลผลบนอุปกรณ์ได้มากขึ้น เพื่อช่วยรักษาความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ ขณะเดียวกัน งานที่ต้องใช้พลังประมวลผลสูงสามารถใช้ระบบ Private Cloud Compute ของ Apple ได้
Apple ยังพัฒนา Siri ให้สามารถทำงานร่วมกับแอปพลิเคชันต่าง ๆ ได้มากขึ้น และเพิ่มความสามารถในการทำความเข้าใจบริบทของผู้ใช้
แนวทางดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า Apple ต้องการให้ iPhone ไม่ได้เป็นเพียงสมาร์ตโฟนสำหรับสื่อสารหรือถ่ายภาพ แต่กำลังพัฒนาไปสู่การเป็น AI Personal Hub ที่สามารถช่วยผู้ใช้ทำงานต่าง ๆ ได้โดยตรง
เพิ่มระบบตรวจสอบภาพที่สร้างหรือแก้ไขด้วย AI
อีกหนึ่งฟีเจอร์ที่น่าสนใจคือ Apple เปิดตัวมาตรฐาน Apple Reference Image เพื่อช่วยระบุและตรวจสอบความเป็นต้นฉบับของภาพที่ถ่ายจากกล้อง
นอกจากนี้ Apple ยังประกาศสนับสนุน SynthID ซึ่งเป็นมาตรฐานสำหรับการระบุภาพที่ถูกสร้างหรือแก้ไขด้วย AI
อย่างไรก็ตาม Reuters รายงานว่าฟีเจอร์ดังกล่าวจะมีข้อจำกัดด้านการให้บริการในบางภูมิภาค เช่น สหภาพยุโรปและจีน
ประเด็นนี้มีความสำคัญมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะในยุคที่ภาพ AI มีความสมจริงมากขึ้น การแยกแยะระหว่างภาพจริงกับภาพที่สร้างขึ้นด้วย AI กลายเป็นเรื่องที่ทั้งบริษัทเทคโนโลยีและผู้ใช้งานให้ความสนใจ
ความจุสูงสุด 2TB
iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max มีตัวเลือกพื้นที่จัดเก็บข้อมูลตั้งแต่
- 256GB
- 512GB
- 1TB
- 2TB
ตัวเลือก 2TB เหมาะสำหรับผู้ใช้ที่ต้องการพื้นที่จำนวนมาก เช่น ช่างภาพ ครีเอเตอร์ ผู้ผลิตวิดีโอ หรือผู้ที่ต้องการเก็บไฟล์ขนาดใหญ่ไว้ในเครื่องเป็นจำนวนมาก
ราคา iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max
สำหรับตลาดสหรัฐฯ Apple ตั้งราคาเริ่มต้นของ iPhone 18 Pro ที่ 1,199 ดอลลาร์สหรัฐฯ ส่วน iPhone 18 Pro Max เริ่มต้นที่ 1,299 ดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งเพิ่มขึ้นจากรุ่นก่อนหน้าราว 100 ดอลลาร์ โดย Reuters รายงานว่าต้นทุนชิปหน่วยความจำที่เพิ่มขึ้นเป็นหนึ่งในปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการปรับราคา
สำหรับประเทศไทย Apple เปิดให้สั่งซื้อล่วงหน้า วันที่ 12 กันยายน 2026 เวลา 19:00 น. และเริ่มวางจำหน่าย 18 กันยายน 2026 ราคาที่แสดงบน Apple Store ประเทศไทยมีดังนี้
| ความจุ | ราคาเริ่มต้นที่พบใน Apple Store ไทย |
|---|---|
| 256GB | 52,900 บาท |
| 512GB | 60,900 บาท |
| 1TB | 76,900 บาท |
| 2TB | 100,900 บาท |
หมายเหตุ: หน้า Apple Store ไทยที่เปิดให้สั่งซื้อแสดงราคาของรุ่นและความจุหลายรายการ รวมถึงราคาบางรายการที่แตกต่างกันตามรุ่น/ขนาดหน้าจอ ดังนั้นก่อนสั่งซื้อควรตรวจสอบตัวเลือก iPhone 18 Pro หรือ Pro Max อีกครั้งบน Apple Store โดยตรง
iPhone Duo เปิดตัวพร้อมกัน สร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ให้ตระกูล iPhone
นอกจาก iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max แล้ว Apple ยังเปิดตัว iPhone Duo ซึ่งเป็น iPhone แบบพับได้รุ่นแรกของบริษัท
iPhone Duo มีหน้าจอด้านนอกขนาด 5.4 นิ้ว และเมื่อกางออกจะมีหน้าจอด้านในขนาด 7.6 นิ้ว โดย Apple ระบุว่าเป็นหน้าจอที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาใน iPhone
ตัวเครื่องใช้ชิป A20 Pro เช่นเดียวกับ iPhone 18 Pro และมีระบบจัดการความร้อนด้วย Vapor Chamber เพื่อรองรับการทำงานหนัก เช่น การเล่นเกม การทำงานหลายแอปพร้อมกัน และการประมวลผล AI
Reuters รายงานว่า iPhone Duo เปิดตัวด้วยราคาเริ่มต้น 1,999 ดอลลาร์สหรัฐฯ และถือเป็นการเข้าสู่ตลาดสมาร์ตโฟนจอพับอย่างเต็มตัวของ Apple ซึ่งจะทำให้บริษัทต้องแข่งขันโดยตรงกับ Samsung และผู้ผลิตสมาร์ตโฟนจอพับจากจีน
iPhone 18 Pro น่าสนใจแค่ไหน?
การอัปเกรดของ iPhone 18 Pro ในปีนี้ไม่ได้เน้นเพียงความเร็วของชิป แต่ Apple กระจายการพัฒนาไปยังหลายส่วน โดยเฉพาะ กล้อง แบตเตอรี่ AI และการจัดการความร้อน
จุดที่น่าสนใจที่สุดคือระบบ Variable Aperture ของกล้องหลัก ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ใช้ควบคุมการถ่ายภาพได้มากกว่า iPhone รุ่นก่อนหน้า ขณะที่ A20 Pro และ Vapor Chamber ก็ช่วยรองรับงานที่ใช้ประสิทธิภาพสูงต่อเนื่อง
ในมุมของผู้ใช้ทั่วไป การเปลี่ยนแปลงด้าน AI และแบตเตอรี่ก็อาจมีผลต่อประสบการณ์ใช้งานในชีวิตประจำวันมากกว่าตัวเลขประสิทธิภาพเพียงอย่างเดียว
ขณะเดียวกัน การเปิดตัว iPhone Duo ยังสะท้อนให้เห็นว่า Apple กำลังขยายความหมายของคำว่า "iPhone" ไปสู่รูปแบบอุปกรณ์ใหม่ หลังจากตลาดสมาร์ตโฟนแบบจอพับเติบโตและมีคู่แข่งวางจำหน่ายมาหลายปีแล้ว
สรุป
iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max ถือเป็นการอัปเกรดครั้งสำคัญของ Apple ในปี 2026 โดยมี A20 Pro, กล้อง Fusion 48MP พร้อม Variable Aperture, ระบบระบายความร้อน Vapor Chamber, แบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นานขึ้น และ Apple Intelligence/Siri AI เป็นหัวใจหลัก ขณะเดียวกัน การเปิดตัว iPhone Duo ซึ่งเป็น iPhone จอพับรุ่นแรก ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของตระกูล iPhone และอาจทำให้การแข่งขันในตลาดสมาร์ตโฟนจอพับรุนแรงขึ้นอย่างมาก
สำหรับผู้ที่สนใจ iPhone 18 Pro ในประเทศไทย สามารถสั่งซื้อล่วงหน้าได้ตั้งแต่ 12 กันยายน 2026 เวลา 19:00 น. และเริ่มวางจำหน่ายวันที่ 18 กันยายน 2026
ที่มา:Apple Newsroom/Apple Thailand/Reuters
DriteStudio
提供 VPS、虚拟主机与服务器托管服务的泰国数字基础设施服务商
由 Craft Intertech (Thailand) Co., Ltd. 运营