跳到主要内容
返回文章列表

เตรียม Compose สำหรับ Production ด้วยไฟล์ตั้งค่าแยก

Compose สามารถซ้อนไฟล์ตั้งค่าเพื่อแยกค่าที่ใช้ตอนพัฒนาออกจากค่าระบบจริง อธิบายหลักการใช้งาน กรณีที่เหมาะ และข้อควรระวังจากเอกสารทางการ

เตรียม Compose สำหรับ Production ด้วยไฟล์ตั้งค่าแยก

Compose สามารถซ้อนไฟล์ตั้งค่าเพื่อแยกค่าที่ใช้ตอนพัฒนาออกจากค่าระบบจริง เหมาะกับทีมที่ใช้ชุดบริการเดียวกันแต่ต้องเปลี่ยนพอร์ต Volume หรือ policy เมื่อขึ้น production บทความนี้สรุปแนวคิดจากเอกสารทางการของ Docker และจุดที่ควรตรวจเมื่อนำไปใช้จริง

ภาพรวม

Docker แยกแอปและ dependency ไว้ในคอนเทนเนอร์ การใช้งานจริงต้องดูทั้งอิมเมจ สิทธิ์ เครือข่าย และข้อมูลที่ต้องอยู่ต่อหลังคอนเทนเนอร์ถูกแทนที่

หัวข้อนี้ตอบโจทย์เฉพาะเรื่อง: Compose สามารถซ้อนไฟล์ตั้งค่าเพื่อแยกค่าที่ใช้ตอนพัฒนาออกจากค่าระบบจริง จึงควรเริ่มจากปัญหาที่ต้องแก้และผลลัพธ์ที่คาดหวัง ไม่ใช่เพียงเปิดฟีเจอร์เพราะมีอยู่ในเครื่องมือ

หลักการทำงาน

Compose รวมบริการและค่าจากไฟล์หลักกับไฟล์ override ตามลำดับที่ระบุ

ให้ตรวจทั้งสถานะที่เครื่องมือรายงานและผลลัพธ์ปลายทางที่ผู้ใช้หรือระบบอื่นได้รับ หากสองส่วนไม่ตรงกัน ควรกลับไปตรวจค่าตั้งต้นและขอบเขตที่ฟีเจอร์นี้รับผิดชอบก่อนเปลี่ยนค่าเพิ่มเติม

เหมาะกับงานแบบไหน

เหมาะกับทีมที่ใช้ชุดบริการเดียวกันแต่ต้องเปลี่ยนพอร์ต Volume หรือ policy เมื่อขึ้น production

ก่อนทดลอง ให้ระบุสิ่งที่จะใช้วัดผล เช่น เวลาตอบสนอง ความพร้อมใช้งาน ความถูกต้องของข้อมูล หรือภาระการดูแล แล้วเทียบกับสภาพเดิม วิธีนี้ช่วยให้รู้ว่าฟีเจอร์แก้ปัญหาจริงหรือย้ายภาระไปอีกจุดหนึ่ง

ขั้นตอนนำไปใช้

  1. ตรวจอิมเมจและ Compose configuration ที่จะใช้จริง
  2. ทดสอบการสร้างคอนเทนเนอร์ใหม่ รวมถึง mount, network และ healthcheck
  3. บันทึกวิธีย้อนเวอร์ชันอิมเมจและกู้ข้อมูลจาก Volume

เริ่มจากขอบเขตเล็กและเก็บผลทดสอบไว้กับการเปลี่ยนแปลง หากจะใช้ใน production ให้กำหนดผู้ติดตามผลและเงื่อนไขที่จะหยุดการขยายการใช้งาน

ข้อควรระวัง

ตรวจไฟล์ที่รวมแล้วก่อน deploy และอย่าเก็บความลับ production ในไฟล์ที่ commit ลง Git

แปลงข้อควรระวังนี้เป็นรายการตรวจในการทบทวนงาน เพราะปัญหาจากค่าตั้งต้นอาจไม่แสดงทันทีในสภาพแวดล้อมทดสอบ

สรุป

Compose สามารถซ้อนไฟล์ตั้งค่าเพื่อแยกค่าที่ใช้ตอนพัฒนาออกจากค่าระบบจริง เหมาะกับทีมที่ใช้ชุดบริการเดียวกันแต่ต้องเปลี่ยนพอร์ต Volume หรือ policy เมื่อขึ้น production ก่อนนำไปใช้กับงานหลัก ควรตรวจผลตามขั้นตอนข้างต้นและทบทวนข้อจำกัดของระบบที่มีอยู่

อ่านเพิ่มเติม: เอกสารทางการของ Docker