Skip to main content
Back to articles

Samsung คาดกำไรไตรมาส 3 ปี 2026 พุ่งแตะ 107.4 ล้านล้านวอน รับกระแสชิป AI

Samsung Electronics ประเมินกำไรจากการดำเนินงานไตรมาส 3 ปี 2026 ที่ 107.4 ล้านล้านวอน หรือประมาณ 80.17 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นเกือบเก้าเท่าจากปีก่อน

Samsung คาดกำไรไตรมาส 3 ปี 2026 พุ่งแตะ 107.4 ล้านล้านวอน รับกระแสชิป AI

Samsung Electronics ประเมินกำไรจากการดำเนินงานไตรมาส 3 ปี 2026 ที่ 107.4 ล้านล้านวอน หรือประมาณ 80.17 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นเกือบเก้าเท่าจากปีก่อน แรงหนุนหลักมาจากความต้องการหน่วยความจำสำหรับ AI ที่เพิ่มขึ้นและภาวะอุปทานตึงตัว อย่างไรก็ตาม ต้นทุนชิ้นส่วนที่สูงขึ้นยังสร้างแรงกดดันต่อธุรกิจสมาร์ตโฟนและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์บางส่วน

Samsung ประเมินกำไรสูงเป็นประวัติการณ์จากตลาด AI

วันที่ 7 ตุลาคม 2026 Samsung Electronics เปิดเผยประมาณการผลประกอบการเบื้องต้น โดยคาดว่ากำไรจากการดำเนินงานในไตรมาส 3 จะอยู่ที่ 107.4 ล้านล้านวอน หรือประมาณ 80.17 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ตัวเลขดังกล่าวเพิ่มขึ้นเกือบเก้าเท่าเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และสะท้อนแรงส่งจากธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์ในช่วงที่ตลาด AI กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว

ความต้องการโครงสร้างพื้นฐาน AI ส่งผลให้ผู้ให้บริการคลาวด์และผู้พัฒนาดาต้าเซ็นเตอร์ต้องจัดหาชิปประมวลผลและหน่วยความจำจำนวนมาก โดยเฉพาะหน่วยความจำแบนด์วิดท์สูง หรือ HBM ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการส่งข้อมูลให้ชิปเร่งความเร็ว AI

ทั้งนี้ ตัวเลขที่ประกาศในช่วงดังกล่าวเป็นประมาณการเบื้องต้น ไม่ใช่รายละเอียดผลประกอบการฉบับเต็ม บริษัทมีกำหนดเปิดเผยผลประกอบการอย่างละเอียดในวันที่ 29 ตุลาคม 2026

HBM กลายเป็นชิ้นส่วนสำคัญของระบบ AI

HBM เป็นหน่วยความจำที่ออกแบบมาเพื่อให้รับส่งข้อมูลได้ด้วยแบนด์วิดท์สูง เหมาะกับการทำงานร่วมกับ GPU และตัวเร่งความเร็ว AI ซึ่งต้องประมวลผลข้อมูลจำนวนมากในเวลาเดียวกัน

เมื่อโมเดล AI มีขนาดใหญ่ขึ้นและถูกนำไปใช้กับผู้ใช้จำนวนมากขึ้น ความต้องการหน่วยความจำประสิทธิภาพสูงจึงเพิ่มตามไปด้วย ผู้ผลิตที่สามารถส่งมอบ HBM ได้ตามข้อกำหนดด้านคุณภาพและปริมาณย่อมมีโอกาสได้รับประโยชน์จากการลงทุนของดาต้าเซ็นเตอร์

Samsung เป็นหนึ่งในผู้ผลิตหน่วยความจำรายใหญ่ของโลก จึงมีโอกาสได้รับแรงหนุนจากการเพิ่มขึ้นของความต้องการดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ตลาด HBM ยังมีการแข่งขันด้านเทคโนโลยี คุณภาพ การผลิต และการรับรองจากผู้ผลิตชิป AI รายต่าง ๆ

ภาวะชิปขาดแคลนและราคาที่สูงขึ้น

ความต้องการชิป AI ที่เพิ่มขึ้นอาจทำให้กำลังการผลิตและอุปทานหน่วยความจำตึงตัว ผู้ผลิตจึงมีโอกาสขายสินค้าได้ในราคาที่สูงขึ้น แต่สถานการณ์นี้ก็สร้างแรงกดดันต่อธุรกิจที่ต้องซื้อชิปไปใช้ในผลิตภัณฑ์ปลายทางด้วย

สำหรับผู้ผลิตสมาร์ตโฟน คอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ต้นทุนหน่วยความจำที่เพิ่มขึ้นอาจลดอัตรากำไร หากไม่สามารถปรับราคาสินค้าหรือบริหารต้นทุนส่วนอื่นได้ทัน

Samsung เองมีธุรกิจหลายส่วน ไม่ได้มีเพียงเซมิคอนดักเตอร์เท่านั้น ผลประกอบการของธุรกิจสมาร์ตโฟนและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์จึงอาจได้รับผลกระทบจากราคาชิ้นส่วนที่สูงขึ้น แม้ว่าธุรกิจหน่วยความจำจะเติบโตอย่างแข็งแกร่งก็ตาม

ความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาด AI

แม้ความต้องการ AI จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ แต่ตลาดเซมิคอนดักเตอร์มีลักษณะเป็นวัฏจักร เมื่อกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นหรือผู้ซื้อชะลอการลงทุน ราคาชิปอาจปรับลดลงได้

นอกจากนี้ การแข่งขันจากผู้ผลิตหน่วยความจำรายอื่นและความเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีอาจส่งผลต่อส่วนแบ่งตลาดของ Samsung ในระยะยาว บริษัทจึงต้องลงทุนในกระบวนการผลิต พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ และรักษาคุณภาพให้ตรงตามข้อกำหนดของลูกค้า

นักลงทุนจึงควรพิจารณาผลประกอบการฉบับเต็ม อัตรากำไร แผนลงทุน และแนวโน้มราคาหน่วยความจำควบคู่กัน ไม่ควรใช้ประมาณการกำไรไตรมาสเดียวเป็นข้อสรุปว่าการเติบโตจะดำเนินต่อไปในอัตราเดิมตลอดเวลา

ผลต่ออุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์และผู้บริโภค

หากความต้องการชิป AI ยังสูงต่อเนื่อง ผู้ผลิตหน่วยความจำอาจให้ความสำคัญกับสินค้าที่มีอัตรากำไรสูงและตลาดดาต้าเซ็นเตอร์มากขึ้น ซึ่งอาจส่งผลต่อสมดุลของกำลังการผลิตสำหรับหน่วยความจำประเภทอื่น

สำหรับผู้บริโภค ผลกระทบไม่ได้เกิดขึ้นทันทีในทุกผลิตภัณฑ์ แต่ต้นทุนชิ้นส่วนที่สูงขึ้นอาจสะท้อนผ่านราคาสมาร์ตโฟน คอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในระยะต่อไป ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสัญญาจัดซื้อ สต็อกสินค้า และกลยุทธ์ราคาของแต่ละบริษัท

ประมาณการผลประกอบการของ Samsung จึงเป็นสัญญาณสำคัญของตลาดชิป AI แต่ทิศทางในอนาคตยังขึ้นอยู่กับความต้องการจริง การขยายกำลังการผลิต และการแข่งขันของผู้ผลิตทั่วโลก

สรุป

ความต้องการหน่วยความจำสำหรับระบบ AI โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในศูนย์ข้อมูล เป็นปัจจัยสำคัญที่อาจช่วยสนับสนุนผลประกอบการของ Samsung Electronics ตัวเลขกำไรประมาณการที่รายงานออกมาสะท้อนความคาดหวังของตลาด แต่ยังควรแยกจากผลประกอบการฉบับสมบูรณ์ที่บริษัทประกาศอย่างเป็นทางการ ทิศทางรายได้และกำไรในระยะต่อไปจะขึ้นอยู่กับความต้องการชิปหน่วยความจำ ราคาขาย และการแข่งขันในอุตสาหกรรมด้วย


**ที่มา:**Reuters, Financial Times